ราคาทองวันนี้ พุ่งจากสงคราม คนไทยเช็กให้ดี ซื้อ-ขายทองได้ไหม สัญญาณอะไรที่ต้องจับตา

ราคาทองวันนี้ พุ่งจากสงคราม คนไทยเช็กให้ดี ซื้อ-ขายทองได้ไหม สัญญาณอะไรที่ต้องจับตา

ราคาทองวันนี้ พุ่งจากสงคราม คนไทยเช็กให้ดี ซื้อ-ขายทองได้ไหม สัญญาณอะไรที่ต้องจับตา
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ราคาทองวันนี้ พุ่งทะลุ 78,000 บาท รับวิกฤตสงคราม เช็กเลยซื้อหรือขายดี

ข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ รายงานว่าราคาทองวันนี้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยราคาทองคำแท่งขายออกพุ่งทะลุ 77,600 บาทต่อบาททองคำ และทองรูปพรรณทะลุ 78,400 บาท ท่ามกลางความตึงเครียดเมื่อสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการทางทหาร Operation Epic Fury โจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569

บทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดการเงินโลกเข้าสู่ภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-off) ส่งผลให้นักลงทุนแห่ซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) จนราคาตลาดโลก (Gold Spot) ทะยานทะลุระดับ 5,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์อย่างรวดเร็ว

ทำไมร้านทองรายใหญ่ถึงประกาศงดซื้อขายชั่วคราว?

หลายคนอาจตกใจเมื่อร้านทองระดับประเทศ เช่น ฮั่วเซ่งเฮง, แม่ทองสุก (MTS Gold) และ YLG ประกาศหยุดให้บริการระบบซื้อขายออนไลน์และงดขายทองคำแท่งชั่วคราวในช่วงสุดสัปดาห์ ข้อมูลจากประกาศของสมาคมค้าทองคำและร้านทองระบุว่าสาเหตุหลักมาจากการบริหารความเสี่ยง ดังนี้

  • ไม่มีราคาอ้างอิง: เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ตลาดต่างประเทศปิดทำการ ทำให้ไม่มีราคา Gold Spot ที่เป็นมาตรฐานสากลมาใช้คำนวณราคาในประเทศ
  • ป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวน: ราคาทองคำสวิงขึ้นลงรุนแรงผิดปกติ บางช่วงมีการปรับราคาถึง 62-69 ครั้งต่อวัน ทำให้ระบบประมวลผลไม่ทัน และร้านไม่สามารถส่งคำสั่งป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ในตลาดโลกได้
  • วิกฤตสภาพคล่อง: หากเกิดภาวะนักลงทุนเทขายเพื่อเอาเงินสด (Panic Sell) อย่างกะทันหัน ร้านทองอาจเผชิญปัญหาเงินสดหมุนเวียนไม่ทัน

หมายเหตุ: ปัจจุบันร้านทองได้ปรับเพิ่มส่วนต่างราคา (Spread) ซื้อขายเป็น 200 บาท เพื่อเป็นกันชนความเสี่ยง และคาดว่าจะทยอยเปิดระบบตามปกติในวันที่ 2 มีนาคม 2569

กลยุทธ์ลงทุน: จังหวะนี้ควร "ซื้อ" หรือ "ขาย"?

ผู้เชี่ยวชาญจาก บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด ให้มุมมองเชิงกลยุทธ์สำหรับนักลงทุนในสถานการณ์ที่ผันผวนไว้สองแนวทางหลัก

  • ผู้ที่มีทองคำในมือ: แนะนำให้พิจารณาแบ่งขายทำกำไรบางส่วน เนื่องจากราคาพุ่งขึ้นแรงกว่า 1,000 บาทในวันเดียว ประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าหากสถานการณ์คลี่คลาย ราคามักจะปรับฐานลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน
  • ผู้ที่ต้องการเข้าซื้อ: ไม่ควรไล่ซื้อในราคาที่พุ่งสูงปรี๊ดเพื่อลดความเสี่ยงจากการเก็งกำไรที่หนาแน่นเกินไป แนะนำให้ใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาย่อตัว (Scaling in) โดยมองแนวรับสำคัญของตลาดโลกไว้ที่บริเวณ 5,050 - 5,150 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

3 ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

การลงทุนท่ามกลางสภาวะสงครามมีความเสี่ยงสูงมาก นักวิเคราะห์แนะนำให้ติดตามข่าวสารแบบรายวัน โดยเฉพาะปัจจัยต่อไปนี้

  1. ความขัดแย้งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ: หากลุกลามจนมีการปิดเส้นทางขนส่งน้ำมัน ราคาน้ำมันอาจพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ดันให้เงินเฟ้อสูงขึ้น และจะส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นต่อ
  2. ทิศทางค่าเงินบาท: บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินว่าหากไทยนำเข้าน้ำมันแพงขึ้นจนขาดดุล เงินบาทอาจอ่อนค่าไปถึง 34-35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะเป็นตัวเร่งให้ราคาทองในประเทศสูงขึ้นไปอีก
  3. การเก็งกำไรและเงินวางหลักประกัน: สมาคมค้าทองคำเตือนนักลงทุนในตลาดฟิวเจอร์สให้ระมัดระวังการใช้ Leverage ที่สูงเกินไป เพื่อป้องกันการถูกบังคับขาย (Force Sell) หากตลาดสวิงผิดทาง

สถานการณ์ปัจจุบันถือว่ามีความเสี่ยงสูงมาก การถือครองควรเน้นเพื่อบริหารความเสี่ยงในพอร์ตมากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้นแบบหมดหน้าตัก หากต้องการปรับพอร์ต ควรรอให้ตลาดเปิดทำการตามปกติและมีราคาอ้างอิงที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล